Logo

วัดชำแระกลาง หรือวัดชำแระศรีสุดาราม

โรงเรียนบ้านชำแระกลาง

10 - (0) มีพิกัด

วัดชำแระกลาง หรือวัดชำแระศรีสุดาราม

โรงเรียนบ้านชำแระกลาง

10 ครั้ง - (0 คน)

แชร์แหล่งเรียนรู้นี้

วัดชำแระกลาง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๓ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลห้วยเหนืออำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ มีเนื้อที่ในบริเวณวัด ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๔๕ ตารางวา โดยคุณพ่อคำ กาญอินทร์ บ้านชำแระตะวันตกโดยได้นิมนต์หลวงพ่อศรีนวล จากวัดโพง บ้านทม อำเภอไพรบึงมาจำพรรษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านชำแระกลางกลังเก่า ( เป็นที่สร้างวัดในปัจจุบัน ) ต่อมาโดยการนำของหลวงพ่อศรีนวล ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านชำแระตะวันตก ชำแระตะวันออก ชำแระกลาง และชำแระเหนือ ได้สร้างกุฎิขึ้นมาหนึ่งหลังเพื่อเป็นที่จำพรรษาสำหรับพระภิกษุสามเณร ต่อมาคุณพ่อเป็น วันสุดล บ้านชำแระเหนือก็ได้อุทิศทรัพย์ส่วนตัวชื้อบ้าน ๑ หลังมาสมทบการก่อสร้างกุฎิเพิ่มอีก ไว้ประกอบพิธีกรรมของสงฆ์และสำหรับลูกหลาน ที่เข้ามาบวชเพื่อเล่าเรียนศึกษาพระธรรมวินัย และเป็นที่บำเพ็ญกุศลของชาวบ้านในสมัยนั้น
ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ หลวงพ่อศรีนวล ย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่าน คณะกรรมชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์พระอาจารย์คูณ พระอาจารย์สงวนจากวัดตะเคียน ตำบลตะเคียน และนิมนต์สามเณรเสวย สามเณรไสว สามเณรรันต์ สามเณรทัง จากวัดสำโรงสูง ตำบลสะเดาใหญ่เข้ามาจำพรรษาที่วัดด้วย สามเณรไสว อินทะพงษ์เมื่อเข้ามาอยู่ที่วัดชำแระแล้วก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี ๒๕๐๖ นั่นเองและได้จัดให้มีการเรียนการสอนตามหลักพระธรรมวินัย ตลอดถึงมีการสอบแม่กองธรรมสนามหลวงด้วย ทำให้ชาวบ้านมีความศรัทธาส่งลูกหลานเข้ามาบรรพชาอุปสมบทเรียนเป็นประจำตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พระอาจารย์ไสว พลญาโณ ก็ลาสิกขาไปหลังจากนั้นก็มี พระรินทร์ สจฺจญาโณ เป็นผู้ดูแลวัดสืบต่อมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๑ พระรินทร์ ก็ลาสิกขาบทไปอีกยังเหลือพระเปลี่ยน มหาปญฺโญกับสามเณรสุวิทย์ อินทะพงษ์ ชาวบ้านจึงไปนิมนต์ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร จากวัดกอกหวาน บ้านกอกหวาน ตำบลโพธิ์ อำเภอปรางกู่เข้ามาอยู่ด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยการนำของหลวงพ่อชัด อนุตฺตโรและชาวบ้านได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นหนึ่งหลัง ชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ขนาด ๑๒ x ๑๘ เมตร ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขโรงเรียนหลังเก่า และกุฎิหลังเดิมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยในการจำวัดและจัดให้มีการเรียนการสอนพระธรรมวินัยและสอบแม่กองธรรมสนามหลวงแก่พระภิกษุ – สามเณรและมีการสอนให้พระเณรในวัดเรียนเทศน์ภาษาเขมรในคัมภีร์ใบลาน เพราะท่านเป็นพระที่มีความชาญพิเศษในการเทศน์ภาษาเขมร
ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้สร้างกุฎิขึ้น ๑ หลัง ๒ ชั้นครึ่งปูนขนาด ๑๔ x ๒๑ เมตรในสมัยที่ท่านอยู่นับว่าได้สร้างความศรัทธาความเจริญมั่งคงให้กับวัดชำแระกลางเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ท่านลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส และได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗
หลังจากที่ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ คณะสงฆ์และชาวบ้านได้นิมนต์ให้พระอธิการแดง เตชธมฺโม ( เปรน ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรุ่นต่อมาโดยการนำของพระอธิการแดง เตชธมฺโม ท่านได้วางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถวัดชำแระกลาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๐๙.๓๐ น.มีขนาดกว้าง ๗.๕๐ เมตรยาว ๑๙ เมตรสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง ๑๓ ปี ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน ๗,๙๗๔,๙๗๙ บาทและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ ปีพ.ศ. ๒๕๒๙ และจัดให้มีการจัดงานปิดทองผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตและฉลองอุโบสถระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ นอกจากนั้นได้บูรณะปฎิสังขรณ์กุฎิถาวรให้แก่วัดและโรงเรียนเป็นจำนวนมาก พระอธิการแดง เตชธมฺโมท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓
หลังจากนั้นชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อบุญเรน จนฺทวํโส จากวัดศิริวราวาส อำเภอกันทรลักษณ์ ในขณะที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชำแระกลางอยู่นั้น ท่านได้พัฒนาวัดสร้างผลงานให่เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและวัดชำแระกลางพอสรุปผลงานได้ดังนี้
๑. ทำเรื่องขออนุญาตพระราชทานเพลิงศพและได้พระราชทานเพลิงศพ พระอธิการแดง เตชธมฺโมอดีตเจ้าอาวาสวัดชำแระกลางเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔
๒. เชิญชวนบอกบุญคุณพ่อเสือ – คุณแม่ละม่อม เสือสุวรรณ จากกรุงเทพช่วยเป็นเจ้าภาพสร้างพระอุโบสถเป็นการสืบสานต่อจากพระอธิการแดง เตชธมฺโม อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นจำนวนเงิน ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท
๓. รับการถวายที่ดินของนางคำมูล บุญจูง – นายเปลี่ยน บุญจูง – นายเปลื่อน บุญจูง ชึ่งได้รับมรดกจากคุณพ่อมัย – คุณแม่จุม บุญจูง เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ในจำนวนที่ดิน ๑๕ ไร่ ๔๕ ตารางวาเพื่อเป็นที่สร้างวัดชำระกลางในปัจจุบัน
๔. ทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดและได้รับอนุญาตให้คุณพ่อมัย บุญจูงเป็นผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕
๕. ถมดำปราบพื้นในบริเวณวัดชำแระกลางเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖
๖. ทำเรื่องขอพระราชทานวิสุงคามสีมาและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี ๒๕๓๙
๗. วางแผนสร้างศาลาการเปรียญขึ้นอีก ๑ หลังขนาดกว้าง ๒๘ เมตรยาว ๔๙.๕๐ เมตรเมื่อปี ๒๕๔๐ ยังไม่แล้วเสร็จบับว่าหลวงพ่อบุญเรณ จนฺทวํโส ท่านเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาแก่วัดชำแระกลางและชาวบ้านชะแระทั้งสามหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากท่านอายุมากแล้วท่านจึงได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส กลับมาจำพรรษาที่วัดสำโรงสูง ชึ่งเปรียบเสมือนบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑
ต่อจากนั้นคณะกรรมการจึงได้แต่งตั้ง พระปรัด อนินฺฑิโต เป็นผู้ดูแลรักษาการวัดชำแระตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อมาพระปรัด อนินฺฑิโต ได้พัฒนาวัดจนเกิดการเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ พอจะเรียบเรียงได้ดังนี้
๑. ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญที่ค้างไว้ต่อจากเจ้าอาวาสรูปก่อนๆ
๒. ได้รับศรัทธาอนุโมทนาจากโยมแม่สุพิศ แซ่เล้า คุณจรีพร วุฒิโรจน์ถาวร จากจังหวัดชลบุรี สร้างบ่อน้ำและถังน้ำถวายวัดชำแระกลางเนจำนวนปัจจัยทั้งสิ้น ๓๗,๕๙๐ บาทเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒
๓. ได้รับอนุโมทนาจากคุณ ภวัต ฐิติทีรภัตร – คุณหทัยกานต์ รัตนพิชัย จากร้านโกดักเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีได้สร้างที่ฌาปนสถาน ( เมรุ ) ถวายวัดชำแระกลางมีความกว้างขนาด ๔ x ๘ เมตร จำนวน ๑ หลังเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมทำประโยชน์และพิธีกรรมทางศาสนา
๔. ได้จัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ฉลองพระอุโบสถหลังแรกของวัดชำแระกลาง ในระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕
๕. ได้สร้างห้องน้ำห้องสุขาเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ ห้องมีความกว้างขนาด ๔ x ๒๐ เมตร เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในการนี้ท่านจึงได้พัฒนาวัดมาโดยตลอดดังเช่นว่า ได้ฉลองศาลาการเปรียญสร้างกุฎิสงฆ์หลังใหม่เพิ่มเติมขึ้นเนื่องด้วยได้มีพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษามาเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ได้พัฒนาถนนหนทางทางเข้าวัด ในวัด สร้างซุ้มประตูทางเข้าวัด โดยได้รับศรัทธาจาก ดร.ทองดี ไชยโพธิ์และผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวาย ในลำดับนี้คณะสงฆ์เห็นว่าพระอธิการปรัด อนินฺฑิโตมีคุณงามความดีจึงได้เสนอเลื่อนสมณศักดิ์ ที่ “พระครูสุทฺธิกิจโสภณ” เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ด้วยขณะนั้นท่านมีอาการอาพาธอยู่บ้างจึงได้ตรวจเช็คอยู่บ้าง
ในปี ๒๕๕๙ พระครูสุทฺธิกิจโสภณได้มรณภาพลงด้วยโรคประจำตัวเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดชำแระกลางจึงได้แต่งตั้ง พระสุตรา มนฺทิโต ขึ้นมาพัฒนาวัดต่อ
ลำดับเจ้าอาวาส
รูปที่ ๑ พลวงพ่อศรีนวล พ.ศ. ๒๕๐๔ – ๒๕๐๖
รูปที่ ๒ พระไสว พลญาโณ พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๑๐
รูปที่ ๓ พระรินทร์ สจฺจญาโณ พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๑๑
รูปที่ ๔ พระเปลี่ยน มหาปญฺโญ พ.ศ. ๒๕๑๑ – ๒๕๑๒
รูปที่ ๕ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๒๔
รูปที่ ๖ พระอธิการแดง เตชธมฺโม พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๕๓๓
รูปที่ ๗ หลวงพ่อบุญเรน จนฺทวํโส พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๔๑
รูปที่ ๘ พระครูสุทฺธิกิจโสภณ ( ปรัด อนินฺโต ) พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๕๙
รูปที่ ๙ พระครูปลัดสุตรา มนฺทิโต พ.ศ. ๒๕๕๙ – ปัจจุบัน

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน

ดาวคะแนน · ความเห็น · เก็บไว้ในคลัง

รายละเอียด

วัดชำแระกลาง ตั้งอยู่เลขที่ ๑๑๓ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลห้วยเหนืออำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ วัดนี้สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๔ มีเนื้อที่ในบริเวณวัด ๑๕ ไร่ ๑ งาน ๔๕ ตารางวา โดยคุณพ่อคำ กาญอินทร์ บ้านชำแระตะวันตกโดยได้นิมนต์หลวงพ่อศรีนวล จากวัดโพง บ้านทม อำเภอไพรบึงมาจำพรรษาอยู่ที่โรงเรียนบ้านชำแระกลางกลังเก่า ( เป็นที่สร้างวัดในปัจจุบัน ) ต่อมาโดยการนำของหลวงพ่อศรีนวล ด้วยแรงศรัทธาของชาวบ้านชำแระตะวันตก ชำแระตะวันออก ชำแระกลาง และชำแระเหนือ ได้สร้างกุฎิขึ้นมาหนึ่งหลังเพื่อเป็นที่จำพรรษาสำหรับพระภิกษุสามเณร ต่อมาคุณพ่อเป็น วันสุดล บ้านชำแระเหนือก็ได้อุทิศทรัพย์ส่วนตัวชื้อบ้าน ๑ หลังมาสมทบการก่อสร้างกุฎิเพิ่มอีก ไว้ประกอบพิธีกรรมของสงฆ์และสำหรับลูกหลาน ที่เข้ามาบวชเพื่อเล่าเรียนศึกษาพระธรรมวินัย และเป็นที่บำเพ็ญกุศลของชาวบ้านในสมัยนั้น
ปี พ.ศ. ๒๕๐๖ หลวงพ่อศรีนวล ย้ายกลับไปอยู่บ้านเดิมของท่าน คณะกรรมชาวบ้านจึงได้ไปนิมนต์พระอาจารย์คูณ พระอาจารย์สงวนจากวัดตะเคียน ตำบลตะเคียน และนิมนต์สามเณรเสวย สามเณรไสว สามเณรรันต์ สามเณรทัง จากวัดสำโรงสูง ตำบลสะเดาใหญ่เข้ามาจำพรรษาที่วัดด้วย สามเณรไสว อินทะพงษ์เมื่อเข้ามาอยู่ที่วัดชำแระแล้วก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในปี ๒๕๐๖ นั่นเองและได้จัดให้มีการเรียนการสอนตามหลักพระธรรมวินัย ตลอดถึงมีการสอบแม่กองธรรมสนามหลวงด้วย ทำให้ชาวบ้านมีความศรัทธาส่งลูกหลานเข้ามาบรรพชาอุปสมบทเรียนเป็นประจำตลอดมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๐ พระอาจารย์ไสว พลญาโณ ก็ลาสิกขาไปหลังจากนั้นก็มี พระรินทร์ สจฺจญาโณ เป็นผู้ดูแลวัดสืบต่อมาจนถึงปี พ.ศ. ๒๕๑๑ พระรินทร์ ก็ลาสิกขาบทไปอีกยังเหลือพระเปลี่ยน มหาปญฺโญกับสามเณรสุวิทย์ อินทะพงษ์ ชาวบ้านจึงไปนิมนต์ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร จากวัดกอกหวาน บ้านกอกหวาน ตำบลโพธิ์ อำเภอปรางกู่เข้ามาอยู่ด้วยในปี พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยการนำของหลวงพ่อชัด อนุตฺตโรและชาวบ้านได้สร้างศาลาการเปรียญขึ้นหนึ่งหลัง ชั้นเดียวครึ่งปูนครึ่งไม้ขนาด ๑๒ x ๑๘ เมตร ต่อมาได้ปรับปรุงแก้ไขโรงเรียนหลังเก่า และกุฎิหลังเดิมให้เป็นระเบียบเรียบร้อยในการจำวัดและจัดให้มีการเรียนการสอนพระธรรมวินัยและสอบแม่กองธรรมสนามหลวงแก่พระภิกษุ – สามเณรและมีการสอนให้พระเณรในวัดเรียนเทศน์ภาษาเขมรในคัมภีร์ใบลาน เพราะท่านเป็นพระที่มีความชาญพิเศษในการเทศน์ภาษาเขมร
ปี พ.ศ. ๒๕๑๗ ได้สร้างกุฎิขึ้น ๑ หลัง ๒ ชั้นครึ่งปูนขนาด ๑๔ x ๒๑ เมตรในสมัยที่ท่านอยู่นับว่าได้สร้างความศรัทธาความเจริญมั่งคงให้กับวัดชำแระกลางเป็นอย่างมาก ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ ท่านลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส และได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗
หลังจากที่ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว ในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ คณะสงฆ์และชาวบ้านได้นิมนต์ให้พระอธิการแดง เตชธมฺโม ( เปรน ) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรุ่นต่อมาโดยการนำของพระอธิการแดง เตชธมฺโม ท่านได้วางศิลาฤกษ์สร้างอุโบสถวัดชำแระกลาง เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๕ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เวลา ๐๙.๓๐ น.มีขนาดกว้าง ๗.๕๐ เมตรยาว ๑๙ เมตรสร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๘ ใช้ระยะเวลาก่อสร้าง ๑๓ ปี ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน ๗,๙๗๔,๙๗๙ บาทและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ ปีพ.ศ. ๒๕๒๙ และจัดให้มีการจัดงานปิดทองผูกพัทธสีมาฝังลูกนิมิตและฉลองอุโบสถระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๕ นอกจากนั้นได้บูรณะปฎิสังขรณ์กุฎิถาวรให้แก่วัดและโรงเรียนเป็นจำนวนมาก พระอธิการแดง เตชธมฺโมท่านมรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๓
หลังจากนั้นชาวบ้านได้นิมนต์หลวงพ่อบุญเรน จนฺทวํโส จากวัดศิริวราวาส อำเภอกันทรลักษณ์ ในขณะที่ท่านได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดชำแระกลางอยู่นั้น ท่านได้พัฒนาวัดสร้างผลงานให่เป็นประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและวัดชำแระกลางพอสรุปผลงานได้ดังนี้
๑. ทำเรื่องขออนุญาตพระราชทานเพลิงศพและได้พระราชทานเพลิงศพ พระอธิการแดง เตชธมฺโมอดีตเจ้าอาวาสวัดชำแระกลางเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๔
๒. เชิญชวนบอกบุญคุณพ่อเสือ – คุณแม่ละม่อม เสือสุวรรณ จากกรุงเทพช่วยเป็นเจ้าภาพสร้างพระอุโบสถเป็นการสืบสานต่อจากพระอธิการแดง เตชธมฺโม อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นจำนวนเงิน ๓,๓๐๐,๐๐๐ บาท
๓. รับการถวายที่ดินของนางคำมูล บุญจูง – นายเปลี่ยน บุญจูง – นายเปลื่อน บุญจูง ชึ่งได้รับมรดกจากคุณพ่อมัย – คุณแม่จุม บุญจูง เมื่อปีพ.ศ. ๒๕๓๕ ในจำนวนที่ดิน ๑๕ ไร่ ๔๕ ตารางวาเพื่อเป็นที่สร้างวัดชำระกลางในปัจจุบัน
๔. ทำเรื่องขออนุญาตสร้างวัดและได้รับอนุญาตให้คุณพ่อมัย บุญจูงเป็นผู้สร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕
๕. ถมดำปราบพื้นในบริเวณวัดชำแระกลางเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖
๖. ทำเรื่องขอพระราชทานวิสุงคามสีมาและได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี ๒๕๓๙
๗. วางแผนสร้างศาลาการเปรียญขึ้นอีก ๑ หลังขนาดกว้าง ๒๘ เมตรยาว ๔๙.๕๐ เมตรเมื่อปี ๒๕๔๐ ยังไม่แล้วเสร็จบับว่าหลวงพ่อบุญเรณ จนฺทวํโส ท่านเป็นผู้ที่สร้างประโยชน์ให้แก่พระพุทธศาสนาแก่วัดชำแระกลางและชาวบ้านชะแระทั้งสามหมู่บ้านเป็นจำนวนมาก
เนื่องจากท่านอายุมากแล้วท่านจึงได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาส กลับมาจำพรรษาที่วัดสำโรงสูง ชึ่งเปรียบเสมือนบ้านเกิดเมืองนอนของท่าน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๑
ต่อจากนั้นคณะกรรมการจึงได้แต่งตั้ง พระปรัด อนินฺฑิโต เป็นผู้ดูแลรักษาการวัดชำแระตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เมื่อมาพระปรัด อนินฺฑิโต ได้พัฒนาวัดจนเกิดการเจริญรุ่งเรืองมาตามลำดับ พอจะเรียบเรียงได้ดังนี้
๑. ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาการเปรียญที่ค้างไว้ต่อจากเจ้าอาวาสรูปก่อนๆ
๒. ได้รับศรัทธาอนุโมทนาจากโยมแม่สุพิศ แซ่เล้า คุณจรีพร วุฒิโรจน์ถาวร จากจังหวัดชลบุรี สร้างบ่อน้ำและถังน้ำถวายวัดชำแระกลางเนจำนวนปัจจัยทั้งสิ้น ๓๗,๕๙๐ บาทเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๒
๓. ได้รับอนุโมทนาจากคุณ ภวัต ฐิติทีรภัตร – คุณหทัยกานต์ รัตนพิชัย จากร้านโกดักเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรีได้สร้างที่ฌาปนสถาน ( เมรุ ) ถวายวัดชำแระกลางมีความกว้างขนาด ๔ x ๘ เมตร จำนวน ๑ หลังเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์พร้อมทำประโยชน์และพิธีกรรมทางศาสนา
๔. ได้จัดงานผูกพัทธสีมา ปิดทองฝังลูกนิมิต ฉลองพระอุโบสถหลังแรกของวัดชำแระกลาง ในระหว่างวันที่ ๑๒ – ๑๖ เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๕
๕. ได้สร้างห้องน้ำห้องสุขาเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ ห้องมีความกว้างขนาด ๔ x ๒๐ เมตร เสร็จสมบูรณ์พร้อมใช้งานในการนี้ท่านจึงได้พัฒนาวัดมาโดยตลอดดังเช่นว่า ได้ฉลองศาลาการเปรียญสร้างกุฎิสงฆ์หลังใหม่เพิ่มเติมขึ้นเนื่องด้วยได้มีพระภิกษุสามเณรมาจำพรรษามาเพิ่มขึ้นในทุกๆปี ได้พัฒนาถนนหนทางทางเข้าวัด ในวัด สร้างซุ้มประตูทางเข้าวัด โดยได้รับศรัทธาจาก ดร.ทองดี ไชยโพธิ์และผู้มีจิตศรัทธาสร้างถวาย ในลำดับนี้คณะสงฆ์เห็นว่าพระอธิการปรัด อนินฺฑิโตมีคุณงามความดีจึงได้เสนอเลื่อนสมณศักดิ์ ที่ “พระครูสุทฺธิกิจโสภณ” เมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ ด้วยขณะนั้นท่านมีอาการอาพาธอยู่บ้างจึงได้ตรวจเช็คอยู่บ้าง
ในปี ๒๕๕๙ พระครูสุทฺธิกิจโสภณได้มรณภาพลงด้วยโรคประจำตัวเมื่อวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๙ คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัดชำแระกลางจึงได้แต่งตั้ง พระสุตรา มนฺทิโต ขึ้นมาพัฒนาวัดต่อ
ลำดับเจ้าอาวาส
รูปที่ ๑ พลวงพ่อศรีนวล พ.ศ. ๒๕๐๔ – ๒๕๐๖
รูปที่ ๒ พระไสว พลญาโณ พ.ศ. ๒๕๐๖ – ๒๕๑๐
รูปที่ ๓ พระรินทร์ สจฺจญาโณ พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๑๑
รูปที่ ๔ พระเปลี่ยน มหาปญฺโญ พ.ศ. ๒๕๑๑ – ๒๕๑๒
รูปที่ ๕ หลวงพ่อชัด อนุตฺตโร พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๒๔
รูปที่ ๖ พระอธิการแดง เตชธมฺโม พ.ศ. ๒๕๒๔ – ๒๕๓๓
รูปที่ ๗ หลวงพ่อบุญเรน จนฺทวํโส พ.ศ. ๒๕๓๓ – ๒๕๔๑
รูปที่ ๘ พระครูสุทฺธิกิจโสภณ ( ปรัด อนินฺโต ) พ.ศ. ๒๕๔๑ – ๒๕๕๙
รูปที่ ๙ พระครูปลัดสุตรา มนฺทิโต พ.ศ. ๒๕๕๙ – ปัจจุบัน

แผนที่และตำแหน่ง

พิกัด: 14.73480500, 104.24141200
Google Maps Street View

แกลเลอรีรูปภาพ 20 รูป

แตะที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

ความคิดเห็น 0 ข้อความ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แบ่งปัน!

เก็บ ให้คะแนน