Logo

รากเหง้าแห่งศรัทธา แซนโดนตา บวชนาคหมู่คู่บุญบั้งไฟ วิถีไทยยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา

โรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่

1,210 5.0 (2) มีพิกัด

รากเหง้าแห่งศรัทธา แซนโดนตา บวชนาคหมู่คู่บุญบั้งไฟ วิถีไทยยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา

โรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่

1,210 ครั้ง 5.0 (2 คน)
มนุษย์สร้างขึ้น ภูมิปัญญาท้องถิ่น ปฐมวัย ป.1-ป.3 ป.4-ป.6 ม.1-ม.3 ครู บุคลากรทางการศึกษา สังคมศึกษา

แชร์แหล่งเรียนรู้นี้

รากเหง้าแห่งศรัทธา แซนโดนตา บวชนาคหมู่คู่บุญบั้งไฟ วิถีไทยยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา  วัดสำโรงสูง  (วัดลอยอุดมบรมสมบูรณ์สําโรงสูง) ที่ตั้ง วัดสําโรงสูงตั้งอยู่ เลขที่ ๙๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดเจ้าคณะตำบล สะเดาใหญ่ เจ้าคณะอำเภอขุขันธ์ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าคณะภาค ๑๐ อาณาเขต ทิศเหนือจรดบ้านสนวน หมู่ที่ ๑๗ ทิศตะวันออกจรดบ้านหนองตราด หมู่ที ๑๗ และบ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ทิศใต้จรดถนนสายบ้านสำโรงสูง หมู่ที่ ๓ และบ้านวัดร้าง หมู่ที่ ๖ ทิศตะวันตกจรดบ้านสําโรงสูง หมู่ที่ ๓ มีอาณาเขตพื้นที่ ๒๐ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา ประวัติวัดสำโรงสูง วัดสําโรงสูงเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอขุขันธ์ อยู่ทางทิศตะวันออก ประมาณ ๖ กิโลเมตร สร้างมาตั้งแต่ในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด พอจับใจความได้ว่า ราวปี พ.ศ. ๒๔๓๕ ตอนปลายรัชกาลสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ก่อนนั้นในละแวกใกล้เคียงกันมีวัดอยู่วัดหนึ่ง คือ วัดบ้านสะเดา ในปัจจุบันเป็นวัดร้างไปแล้ว ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่ในปัจจุบัน ในสมัยนั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านสะเดา ท่านมีนามว่า “สม” ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคม ขลังขมังเวทย์อย่างยิ่ง มีศิลาจารวัตรที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นที่เคารพสักการะของผู้พบเห็น แต่ ท่านมีโรคประจําตัวรักษาไม่หายขาด ท่านเกิดความรําคาญ เลยปลีกตัวออกจากหมู่คณะหาที่สงบบําเพ็ญเพียร หาทางรักษาโรคประจําตัว และปฏิบัติให้ดีขึ้นไป ท่านเดินทางจาริกเข้ามาในดงต้นสนวน (บ้านสนวนในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นป่าที่เงียบสงบไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ป่าดงสนวนนี้มีต้นสนวนใหญ่มากขนาดคนโอบไม่รอบก็มี เท่าล้อ เกวียน เท่ากระทะก็มี และมีสิงสาราสัตว์มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกออกเป็นที่ทำรังของนก อื่น ๆ จำนวนมาก โดยปกติแล้วนกออกเป็นนกชอบอยู่อาศัยตามชายทะเล ป่าสนวนจึงเป็นที่พอใจของท่าน อย่างยิ่ง ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมขึ้น ณ แห่งนี้ แล้วแสวงหายาสมุนไพรเพื่อรักษาโรค ซึ่ง ท่านมีโรคประจําตัว คือ โรคผิวหนัง โรคคัน โรคหิต ก็เป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อท่านได้ฉันยาสมุนไพร ไม่นาน โรคเหล่านั้นก็หายขาด ทำให้ท่านมีกําลังใจปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น ท่านตั้งปณิธานว่า จะต้องสร้างวัดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ให้ได้ ชาวบ้านสําโรงสูง บ้านสนวน ภูมิเตี ๊ยบ และหมู่บ้านใกล้เคียงทราบข่าวต่างก็พากันไปนมัสการ และถวาย ความอุปถัมภ์เป็นประจำ และมีความเลื่อมใสศรัทธาตามลำดับ นําบุตรหลานไปฝากเป็นศิษย์อุปัฏฐากรับใช้ บาง คนก็บวชลูกหลานเป็นพระภิกษุ - สามเณร เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และอักษรสมัย ตั้งแต่นั้นมาสถานที่ดงต้น สนวนแห่งนี้ก็มีความเจริญขึ้นมาเป็นวัดที่สมบูรณ์ คือ “วัดสําโรงสูง” ผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านก็เรียกชื่อว่า “วัดลอย อนุสรณ์พิธีฉลองมหาเจดีย์ศรีจางวางประดิษฐ์วัดสำโรงสูง ๒ อุดมบรมสมบูรณ์สําโรงสูง” แต่ในปัจจุบันเรียกว่า วัดสําโรงสูง มีหลวงพ่อสมเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ในราวปี พ.ศ. ๒๔๓๕ หลวงพ่อท่านเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เสียสละขยันหมั่นเพียร มีศีลจารวัตรที่งดงาม เป็นที่เคารพยํา เกรงของพุทธบริษัท ท่านเป็นผู้เคร่งในระเบียบวินัย เอาใจใส่อบรม สั่งสอนพระภิกษุ - สามเณร และประชาชน ให้ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เลิกทำความชั่ว มาประพฤติแต่ความดี เป็นพระเถระที่ประชาชนให้ความ เคารพเลื่อมใสศรัทธามาก จนมีคนรำลือว่าท่านคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม นอกนั้นท่านยังมีความรู้เรื่อง แพทย์แผนโบราณ สามารถรักษาโรคที่ประชาชนมาหาท่านให้หายได้ กิตติศัพท์ของท่านเป็นที่เลื่องลือในด้าน คุณงามความดี จนคณะสงฆ์จังหวัดขุขันธ์ (ในสมัยนั้นอำเภอขุขันธ์เป็นจังหวัด) ได้นําประวัติและผลงานของท่าน มาเสนอขอสมณศักดิ์เป็น “ฝ่ายอรัญญวาสี” ในตำแหน่ง “จางวางประดิษฐ์” ปลัดจังหวัดขุขันธ์ในสมัยนั้น แต่ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อท่านเดินทางไปรับสมณศักดิ์ที่กรุงเทพ ซึ่งในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยเกวียนใช้ ระยะเวลาในการเดินทางเป็นเวลานานพอสมควร พอถึงกรุงเทพ ฯ ท่านเข้าพักที่วัดจักวรรดิราชาวาส ในขณะ นั้นเกิดโรคอหิวาห์ระบาดหนัก ท่านได้รับเชื้อโรคร้ายจนท่านมรณภาพที่วัดจักวรรดิราชาวาสนั้นเอง ลูกศิษย์ที่ ติดตามท่านไปได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ และนําอัฐิของท่านกลับมายังวัดสําโรงสูง สร้างความเศร้าโศกเสียใจ แก่ญาติโยมเป็นอย่างยิ่ง วัดสําโรงสูงมีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่ศรัทธาของพี่น้องพุทธศาสนิกชนมาตามลำดับ มีหมู่บ้านใน สังกัดหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านสําโรงสูง บ้านสนวน-ภูมิเตียบ บ้านวัดร้าง บ้านสะเดาใหญ่ บ้านสะเดาเหนือ บ้าน หนองลุง บ้านใหม่ บ้านสะเดาตะวันตก บ้านเรียมบ้านจะลง บ้านโคกสำราญ บ้านโพง บ้านชําแระ (ปัจจุบันแยก ไปมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดบ้านชําแระกลาง และบ้านจะลง บ้านโคกสำราญ และบ้านโพงที่อยู่ทางทิศ ตะวันออกของวัดระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ได้แยกออกไปตั้งที่พักสงฆ์อีกแห่งหนึ่ง และได้รับตราตั้งเป็น วัดอุดมมงคล ปัจจุบันวัดสําโรงสูงมีพระภิกษุ - สามเณรจำพรรษาแต่ละปี ประมาณ ๒๐ - ๓๐ รูป มีเจ้าอาวาส ปกครองลูกวัดตามลำดับจนถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๔ รูป โดยมีพระมหาคำนวณ อคฺคจิตฺโต เป็นเจ้าอาวาสรูป ปัจจุบัน อนุสรณ์พิธีฉลองมหาเจดีย์ศรีจางวางประดิษฐ์วัดสำโรงสูง 

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน

ดาวคะแนน · ความเห็น · เก็บไว้ในคลัง

รายละเอียด

รากเหง้าแห่งศรัทธา แซนโดนตา บวชนาคหมู่คู่บุญบั้งไฟ วิถีไทยยั่งยืนด้วยศาสตร์พระราชา  วัดสำโรงสูง  (วัดลอยอุดมบรมสมบูรณ์สําโรงสูง) ที่ตั้ง วัดสําโรงสูงตั้งอยู่ เลขที่ ๙๙ หมู่ที่ ๓ ตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ สังกัดเจ้าคณะตำบล สะเดาใหญ่ เจ้าคณะอำเภอขุขันธ์ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ เจ้าคณะภาค ๑๐ อาณาเขต ทิศเหนือจรดบ้านสนวน หมู่ที่ ๑๗ ทิศตะวันออกจรดบ้านหนองตราด หมู่ที ๑๗ และบ้านใหม่ หมู่ที่ ๒ ทิศใต้จรดถนนสายบ้านสำโรงสูง หมู่ที่ ๓ และบ้านวัดร้าง หมู่ที่ ๖ ทิศตะวันตกจรดบ้านสําโรงสูง หมู่ที่ ๓ มีอาณาเขตพื้นที่ ๒๐ ไร่ ๓ งาน ๑๒ ตารางวา ประวัติวัดสำโรงสูง วัดสําโรงสูงเป็นวัดที่เก่าแก่วัดหนึ่งในเขตอำเภอขุขันธ์ อยู่ทางทิศตะวันออก ประมาณ ๖ กิโลเมตร สร้างมาตั้งแต่ในสมัยใดไม่ปรากฏแน่ชัด พอจับใจความได้ว่า ราวปี พ.ศ. ๒๔๓๕ ตอนปลายรัชกาลสมัยของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ก่อนนั้นในละแวกใกล้เคียงกันมีวัดอยู่วัดหนึ่ง คือ วัดบ้านสะเดา ในปัจจุบันเป็นวัดร้างไปแล้ว ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบ้านสะเดาใหญ่ในปัจจุบัน ในสมัยนั้นมีพระภิกษุรูปหนึ่งจำพรรษาอยู่ที่วัดบ้านสะเดา ท่านมีนามว่า “สม” ท่านเป็นผู้มีวิชาอาคม ขลังขมังเวทย์อย่างยิ่ง มีศิลาจารวัตรที่งดงาม เปี่ยมไปด้วยความเมตตา เป็นที่เคารพสักการะของผู้พบเห็น แต่ ท่านมีโรคประจําตัวรักษาไม่หายขาด ท่านเกิดความรําคาญ เลยปลีกตัวออกจากหมู่คณะหาที่สงบบําเพ็ญเพียร หาทางรักษาโรคประจําตัว และปฏิบัติให้ดีขึ้นไป ท่านเดินทางจาริกเข้ามาในดงต้นสนวน (บ้านสนวนในปัจจุบัน) ซึ่งเป็นป่าที่เงียบสงบไม่มีผู้คนพลุกพล่าน ป่าดงสนวนนี้มีต้นสนวนใหญ่มากขนาดคนโอบไม่รอบก็มี เท่าล้อ เกวียน เท่ากระทะก็มี และมีสิงสาราสัตว์มากมาย นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกออกเป็นที่ทำรังของนก อื่น ๆ จำนวนมาก โดยปกติแล้วนกออกเป็นนกชอบอยู่อาศัยตามชายทะเล ป่าสนวนจึงเป็นที่พอใจของท่าน อย่างยิ่ง ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานตั้งเป็นสำนักปฏิบัติธรรมขึ้น ณ แห่งนี้ แล้วแสวงหายาสมุนไพรเพื่อรักษาโรค ซึ่ง ท่านมีโรคประจําตัว คือ โรคผิวหนัง โรคคัน โรคหิต ก็เป็นที่อัศจรรย์อย่างยิ่ง เมื่อท่านได้ฉันยาสมุนไพร ไม่นาน โรคเหล่านั้นก็หายขาด ทำให้ท่านมีกําลังใจปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น ท่านตั้งปณิธานว่า จะต้องสร้างวัดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ ให้ได้ ชาวบ้านสําโรงสูง บ้านสนวน ภูมิเตี ๊ยบ และหมู่บ้านใกล้เคียงทราบข่าวต่างก็พากันไปนมัสการ และถวาย ความอุปถัมภ์เป็นประจำ และมีความเลื่อมใสศรัทธาตามลำดับ นําบุตรหลานไปฝากเป็นศิษย์อุปัฏฐากรับใช้ บาง คนก็บวชลูกหลานเป็นพระภิกษุ - สามเณร เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย และอักษรสมัย ตั้งแต่นั้นมาสถานที่ดงต้น สนวนแห่งนี้ก็มีความเจริญขึ้นมาเป็นวัดที่สมบูรณ์ คือ “วัดสําโรงสูง” ผู้เฒ่าผู้แก่บางท่านก็เรียกชื่อว่า “วัดลอย อนุสรณ์พิธีฉลองมหาเจดีย์ศรีจางวางประดิษฐ์วัดสำโรงสูง ๒ อุดมบรมสมบูรณ์สําโรงสูง” แต่ในปัจจุบันเรียกว่า วัดสําโรงสูง มีหลวงพ่อสมเป็นเจ้าอาวาสรูปแรก ในราวปี พ.ศ. ๒๔๓๕ หลวงพ่อท่านเป็นผู้ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี เสียสละขยันหมั่นเพียร มีศีลจารวัตรที่งดงาม เป็นที่เคารพยํา เกรงของพุทธบริษัท ท่านเป็นผู้เคร่งในระเบียบวินัย เอาใจใส่อบรม สั่งสอนพระภิกษุ - สามเณร และประชาชน ให้ทำมาหากินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เลิกทำความชั่ว มาประพฤติแต่ความดี เป็นพระเถระที่ประชาชนให้ความ เคารพเลื่อมใสศรัทธามาก จนมีคนรำลือว่าท่านคงกระพันชาตรี เมตตามหานิยม นอกนั้นท่านยังมีความรู้เรื่อง แพทย์แผนโบราณ สามารถรักษาโรคที่ประชาชนมาหาท่านให้หายได้ กิตติศัพท์ของท่านเป็นที่เลื่องลือในด้าน คุณงามความดี จนคณะสงฆ์จังหวัดขุขันธ์ (ในสมัยนั้นอำเภอขุขันธ์เป็นจังหวัด) ได้นําประวัติและผลงานของท่าน มาเสนอขอสมณศักดิ์เป็น “ฝ่ายอรัญญวาสี” ในตำแหน่ง “จางวางประดิษฐ์” ปลัดจังหวัดขุขันธ์ในสมัยนั้น แต่ เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งเมื่อท่านเดินทางไปรับสมณศักดิ์ที่กรุงเทพ ซึ่งในสมัยนั้นต้องเดินทางด้วยเกวียนใช้ ระยะเวลาในการเดินทางเป็นเวลานานพอสมควร พอถึงกรุงเทพ ฯ ท่านเข้าพักที่วัดจักวรรดิราชาวาส ในขณะ นั้นเกิดโรคอหิวาห์ระบาดหนัก ท่านได้รับเชื้อโรคร้ายจนท่านมรณภาพที่วัดจักวรรดิราชาวาสนั้นเอง ลูกศิษย์ที่ ติดตามท่านไปได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพ และนําอัฐิของท่านกลับมายังวัดสําโรงสูง สร้างความเศร้าโศกเสียใจ แก่ญาติโยมเป็นอย่างยิ่ง วัดสําโรงสูงมีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นที่ศรัทธาของพี่น้องพุทธศาสนิกชนมาตามลำดับ มีหมู่บ้านใน สังกัดหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านสําโรงสูง บ้านสนวน-ภูมิเตียบ บ้านวัดร้าง บ้านสะเดาใหญ่ บ้านสะเดาเหนือ บ้าน หนองลุง บ้านใหม่ บ้านสะเดาตะวันตก บ้านเรียมบ้านจะลง บ้านโคกสำราญ บ้านโพง บ้านชําแระ (ปัจจุบันแยก ไปมีวัดอีกแห่งหนึ่งชื่อว่า วัดบ้านชําแระกลาง และบ้านจะลง บ้านโคกสำราญ และบ้านโพงที่อยู่ทางทิศ ตะวันออกของวัดระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร ได้แยกออกไปตั้งที่พักสงฆ์อีกแห่งหนึ่ง และได้รับตราตั้งเป็น วัดอุดมมงคล ปัจจุบันวัดสําโรงสูงมีพระภิกษุ - สามเณรจำพรรษาแต่ละปี ประมาณ ๒๐ - ๓๐ รูป มีเจ้าอาวาส ปกครองลูกวัดตามลำดับจนถึงปัจจุบัน จำนวน ๑๔ รูป โดยมีพระมหาคำนวณ อคฺคจิตฺโต เป็นเจ้าอาวาสรูป ปัจจุบัน อนุสรณ์พิธีฉลองมหาเจดีย์ศรีจางวางประดิษฐ์วัดสำโรงสูง 

แผนที่และตำแหน่ง

พิกัด: 14.72263208, 104.25639284
Google Maps Street View

แกลเลอรีรูปภาพ 5 รูป

แตะที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

วิดีโอ 1 คลิป

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง 1 ลิงก์

ความคิดเห็น 0 ข้อความ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แบ่งปัน!

เก็บ ให้คะแนน