Logo

ป่าชุมชนโคกเปราะ

โรงเรียนบ้านปราสาท

38 5.0 (1) มีพิกัด

ป่าชุมชนโคกเปราะ

โรงเรียนบ้านปราสาท

38 ครั้ง 5.0 (1 คน)

แชร์แหล่งเรียนรู้นี้

ชุมชนป่าโคกเปราะ จังหวัดศรีสะเกษ
ให้ธรรมะรักษาป่า ให้ธรรมะพัฒนาคน ผูกพันยั่งยืน
ป่าโคกเปราะมีจำนวนสองร้อยกว่าไร่ เป็นพื้นที่ป่าแห่งเดียวของตำบลปราสาท คนในชุมชนหวงแหนผืนป่าแห่งนี้อย่างมาก จึงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทำแนวป่าโดยขุดคลองและหนองน้ำรอบพื้นที่ป่า เกิดประโยชน์ทั้งป้องกันการบุกรุก เป็นแหล่งน้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ มีการใช้หลักคิด “ธรรมะรักษาป่า ธรรมะพัฒนาคน” โดยจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรมอยู่ในป่า ผสานกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาป่า รวมถึงการเชื่อมโยงคุณค่าด้านจิตวิญญาณ โดยฟื้นการเผาศพบนกองฟอน นำเถ้ากระดูกโรยโคนต้นไม้ในป่า สะท้อนความผูกพันของชีวิตกับธรรมชาติที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ภูมิหลังของชุมชน
จากการบอกเล่า ชุมชนเริ่มก่อตัวในราว พ.ศ. 2485 โดยนายจันทร์ นางจุม บุญสุข เป็นครอบครัวแรกที่มาตั้งรกรากอยู่ในหมู่บ้านนี้ (บ้านเสรี) และต่อมาได้มีครอบครัว นายดม นางอิน แก่นแก้ว เป็นครอบครัวที่ 2 หลังจากนี้ก็มีครอบครัวอื่นๆ ทยอยกันมาอยู่เรื่อยๆ ในช่วงแรกนั้น บ้านเสรีอยู่ในการปกครองของบ้านปราสาท หมู่ 6 ตำบลกันทรารมย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 ได้แยกเป็นบ้านเสรี ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน การดำรงชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน
ปัญหาและอุปสรรคที่นำไปสู่การจัดการ
ป่าโคกเปราะมีพื้นที่ 205 ไร่ เป็นผืนป่าผืนเดียวของตำบลปราสาท เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ เป็นถิ่นที่อยู่ของนกและสัตว์ป่า รวมถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมการเรียนรู้และสันทนาการของชุมชน ชื่อเรียกป่าสองร้อยไร่นี้ มาจากผักเปราะพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่ว และที่สำคัญยังพบต้นปรง ซึ่งเป็นพันธุ์พืชหายากที่ ยังเหลือในป่านี้แห่งเดียว
ปี พ.ศ. 2545 นายรัฐนัย สุระนรากุล กำนันตำบลปราสาท ขณะนั้น ขอให้ชาวบ้านที่รุกล้ำที่สาธารณะคืนที่ดิน และออกจากเขตป่า เกิดการจัดตั้งชมรมสำนึกรักบ้านเกิด ปลูกต้นพยูงไม้มีค่าในพื้นที่ 3 ไร่ และดูแลรักษาป่ามาต่อเนื่อง กระทั่งปี พ.ศ. 2559 ทางการจะดำเนินโครงการก่อสร้างสนามกีฬาตำบล ในพื้นที่ป่าโซนทิศเหนือพื้นที่ ประมาณ 46 ไร่ แต่ชมรมสำนึกรักบ้านเกิด ต่อสู้และคัดค้านการก่อสร้าง ทำให้ต้องยกเลิกไป ความสำเร็จครั้งนี้ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงคุณค่าของป่า รวมถึงความรักหวงแหนป่าผืนนี้เป็นอย่างมาก นำไปสู่กิจกรรมอนุรักษ์ต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การทำแนวป่าโดยขุดคูคลองรอบพื้นที่ป่า ซึ่งนอกจากได้ประโยชน์ทั้งเป็นแนวป้องกันการบุกรุก ยังเป็นแหล่งน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าต่าง ๆ รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งอีกด้วย
ชุมชนป่าโคกเปราะ
หมู่ 9 ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140
ประสานงาน : นายรัช อุปมัย (กำนันตำบลปราสาท)
40 หมู่ 9 ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140 โทร : 082-137-1311
ประชากร : ประชากร 1,290 คน 302 ครัวเรือน
พื้นที่ดำเนินงาน : มีเนื้อที่ป่า 205 ไร่ กำหนดพื้นที่เป็นสองบริเวณคือ บริเวณเพื่อการอนุรักษ์ มีเนื้อที่ประมาณ 133 ไร่
บริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ มีเนื้อที่ประมาณ 72 ไร่
ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
ได้รับการฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความสมบูรณ์และคงอยู่ ชุมชนได้ประโยชน์จากการหาอาหารป่าตามฤดูกาล มีแหล่งกักเก็บน้ำ มีการใช้ประโยชน์จากป่า เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี มีศูนย์เรียนรู้ทางธรรมชาติ ชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคี เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ ดูแลป่า และให้ความร่วมมือในการดูแลป่าและสิ่งแวดล้อมในชุมชน
การสนับสนุนจากภาคี
องค์การบริหารส่วนตำบลจัดกิจกรรมปลูกป่าทดแทนทุกปี และได้รับการสนับสนุนพันธุ์พืช และพันธุ์ปลาจากศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รับความรู้จากการจัดอบรมของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ศูนย์ป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน

ดาวคะแนน · ความเห็น · เก็บไว้ในคลัง

รายละเอียด

ชุมชนป่าโคกเปราะ จังหวัดศรีสะเกษ
ให้ธรรมะรักษาป่า ให้ธรรมะพัฒนาคน ผูกพันยั่งยืน
ป่าโคกเปราะมีจำนวนสองร้อยกว่าไร่ เป็นพื้นที่ป่าแห่งเดียวของตำบลปราสาท คนในชุมชนหวงแหนผืนป่าแห่งนี้อย่างมาก จึงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ ทำแนวป่าโดยขุดคลองและหนองน้ำรอบพื้นที่ป่า เกิดประโยชน์ทั้งป้องกันการบุกรุก เป็นแหล่งน้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ มีการใช้หลักคิด “ธรรมะรักษาป่า ธรรมะพัฒนาคน” โดยจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรมอยู่ในป่า ผสานกิจกรรมต่าง ๆ ทางศาสนาเป็นส่วนหนึ่งในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาป่า รวมถึงการเชื่อมโยงคุณค่าด้านจิตวิญญาณ โดยฟื้นการเผาศพบนกองฟอน นำเถ้ากระดูกโรยโคนต้นไม้ในป่า สะท้อนความผูกพันของชีวิตกับธรรมชาติที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
ภูมิหลังของชุมชน
จากการบอกเล่า ชุมชนเริ่มก่อตัวในราว พ.ศ. 2485 โดยนายจันทร์ นางจุม บุญสุข เป็นครอบครัวแรกที่มาตั้งรกรากอยู่ในหมู่บ้านนี้ (บ้านเสรี) และต่อมาได้มีครอบครัว นายดม นางอิน แก่นแก้ว เป็นครอบครัวที่ 2 หลังจากนี้ก็มีครอบครัวอื่นๆ ทยอยกันมาอยู่เรื่อยๆ ในช่วงแรกนั้น บ้านเสรีอยู่ในการปกครองของบ้านปราสาท หมู่ 6 ตำบลกันทรารมย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2534 ได้แยกเป็นบ้านเสรี ประชากรในหมู่บ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำสวน การดำรงชีวิตตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พึ่งพาอาศัยธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาถึงปัจจุบัน
ปัญหาและอุปสรรคที่นำไปสู่การจัดการ
ป่าโคกเปราะมีพื้นที่ 205 ไร่ เป็นผืนป่าผืนเดียวของตำบลปราสาท เป็นแหล่งอาหารตามธรรมชาติ เป็นถิ่นที่อยู่ของนกและสัตว์ป่า รวมถึงแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ทำกิจกรรมการเรียนรู้และสันทนาการของชุมชน ชื่อเรียกป่าสองร้อยไร่นี้ มาจากผักเปราะพืชท้องถิ่นที่ขึ้นอยู่ทั่ว และที่สำคัญยังพบต้นปรง ซึ่งเป็นพันธุ์พืชหายากที่ ยังเหลือในป่านี้แห่งเดียว
ปี พ.ศ. 2545 นายรัฐนัย สุระนรากุล กำนันตำบลปราสาท ขณะนั้น ขอให้ชาวบ้านที่รุกล้ำที่สาธารณะคืนที่ดิน และออกจากเขตป่า เกิดการจัดตั้งชมรมสำนึกรักบ้านเกิด ปลูกต้นพยูงไม้มีค่าในพื้นที่ 3 ไร่ และดูแลรักษาป่ามาต่อเนื่อง กระทั่งปี พ.ศ. 2559 ทางการจะดำเนินโครงการก่อสร้างสนามกีฬาตำบล ในพื้นที่ป่าโซนทิศเหนือพื้นที่ ประมาณ 46 ไร่ แต่ชมรมสำนึกรักบ้านเกิด ต่อสู้และคัดค้านการก่อสร้าง ทำให้ต้องยกเลิกไป ความสำเร็จครั้งนี้ สร้างจิตสำนึกและความตระหนักถึงคุณค่าของป่า รวมถึงความรักหวงแหนป่าผืนนี้เป็นอย่างมาก นำไปสู่กิจกรรมอนุรักษ์ต่าง ๆ เริ่มตั้งแต่การทำแนวป่าโดยขุดคูคลองรอบพื้นที่ป่า ซึ่งนอกจากได้ประโยชน์ทั้งเป็นแนวป้องกันการบุกรุก ยังเป็นแหล่งน้ำและถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าต่าง ๆ รวมถึงช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งอีกด้วย
ชุมชนป่าโคกเปราะ
หมู่ 9 ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140
ประสานงาน : นายรัช อุปมัย (กำนันตำบลปราสาท)
40 หมู่ 9 ตำบลปราสาท อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ 33140 โทร : 082-137-1311
ประชากร : ประชากร 1,290 คน 302 ครัวเรือน
พื้นที่ดำเนินงาน : มีเนื้อที่ป่า 205 ไร่ กำหนดพื้นที่เป็นสองบริเวณคือ บริเวณเพื่อการอนุรักษ์ มีเนื้อที่ประมาณ 133 ไร่
บริเวณเพื่อการใช้ประโยชน์ มีเนื้อที่ประมาณ 72 ไร่
ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
ได้รับการฟื้นฟูสภาพป่าให้มีความสมบูรณ์และคงอยู่ ชุมชนได้ประโยชน์จากการหาอาหารป่าตามฤดูกาล มีแหล่งกักเก็บน้ำ มีการใช้ประโยชน์จากป่า เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นแหล่งสืบทอดวัฒนธรรมประเพณี มีศูนย์เรียนรู้ทางธรรมชาติ ชุมชนมีความสมัครสมานสามัคคี เห็นความสำคัญของการอนุรักษ์ ดูแลป่า และให้ความร่วมมือในการดูแลป่าและสิ่งแวดล้อมในชุมชน
การสนับสนุนจากภาคี
องค์การบริหารส่วนตำบลจัดกิจกรรมปลูกป่าทดแทนทุกปี และได้รับการสนับสนุนพันธุ์พืช และพันธุ์ปลาจากศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้รับความรู้จากการจัดอบรมของหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ศูนย์ป่าไม้จังหวัดศรีสะเกษ

แผนที่และตำแหน่ง

พิกัด: 14.72209920, 104.00944830
Google Maps Street View

แกลเลอรีรูปภาพ 18 รูป

แตะที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

วิดีโอ 1 คลิป

ความคิดเห็น 0 ข้อความ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แบ่งปัน!

เก็บ ให้คะแนน