Logo

Best Practices : กราบหลวงพ่อมุม ท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ท้องถิ่นผ่านรูปแบบ YOE Model

โรงเรียนบ้านปราสาทเยอ

19 5.0 (1) มีพิกัด

Best Practices : กราบหลวงพ่อมุม ท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ท้องถิ่นผ่านรูปแบบ YOE Model

โรงเรียนบ้านปราสาทเยอ

19 ครั้ง 5.0 (1 คน)
ธรรมชาติ มนุษย์สร้างขึ้น บุคคล อื่นๆ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ป.1-ป.3 ป.4-ป.6 ม.1-ม.3 ม.4-ม.6 ครู บุคลากรทางการศึกษา บุคคลทั่วไป สังคมศึกษา

แชร์แหล่งเรียนรู้นี้

  1. ชื่อผลงาน Best Practices : กราบหลวงพ่อมุม ท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านรูปแบบ YOE Model 
  2. หลักการและเหตุผล  

ในปัจจุบันการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษา กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล โลกาภิวัตน์ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษายังคงเน้นการเรียนรู้จากตำราและการท่องจำข้อเท็จจริงเป็นหลัก ทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากแหล่งเรียนรู้จริง ความใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นลดลงมากกว่าการสร้างความเข้าใจผ่านการสืบค้น วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับบริบทของชุมชน ส่งผลให้ผู้เรียนขาดความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตนเอง 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้การจัดการเรียนรู้ต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายเหตุการณ์อย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการปลูกฝังความรัก ความภาคภูมิใจ และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ (Historical Method) เป็นเครื่องมือในการสืบค้น รวบรวม วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย ทั้งเอกสาร โบราณสถาน โบราณวัตถุ บุคคล และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง สามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และนำความรู้ไปอธิบายความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในด้านการคิด การสื่อสาร และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน มีอัตลักษณ์โดดเด่นของชนเผ่าเยอ และมีวัดปราสาทเยอเหนือ เป็นศูนย์กลางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน โดยมีหลวงพ่อมุมเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณูปการต่อการพัฒนาวัดและชุมชน ได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และพัฒนาการของบ้านปราสาทเยอ อีกทั้งยังไม่สามารถอธิบายเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยใช้หลักฐานหรือวิธีการทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงยังขาดการเชื่อมโยงความรู้ในอดีตกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความตระหนักและความภาคภูมิใจในท้องถิ่นลดลง และอาจนำไปสู่การสูญหายขององค์ความรู้และวัฒนธรรมท้องถิ่นในอนาคต

ดังนั้น ครูผู้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์จึงจัดการเรียนรู้ที่มุ่งศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านการใช้แหล่งเรียนรู้จริง การสืบค้นหลักฐาน การสัมภาษณ์บุคคลในชุมชน และการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และพัฒนาสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล และการสื่อสารทางประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งส่งเสริมความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชนและความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

3.1 วัตถุประสงค์ 

3.1 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติศาสตร์ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ได้ (K)

3.2 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของวัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอในบริบทสังคมปัจจุบันได้ (P)

3.3 เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ (A)

4.กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงานที่สามารถให้ผู้อื่นปฏิบัติได้ กระบวนการหรือขั้นตอนในการดำเนินงาน (PDCA+A)   

"YOE Model : Learning Local Wisdom through Historical Inquiry"

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน

แนวคิด "เรียนจากพื้นที่จริง คิดจากหลักฐานจริง ภาคภูมิใจในรากเหง้า สืบสานวัฒนธรรมชนเผ่าเยอ"

Y คือ Your Roots

  • ศึกษาหลักสูตร
  • กำหนดผลการเรียนรู้
  • กิจกรรม
  • แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

O คือ Observe & Organize ดำเนินกิจกรรม

  • ศึกษาเอกสาร
  • ลงพื้นที่
  • สัมภาษณ์
  • วิเคราะห์หลักฐาน
  • สร้าง Timeline
  • วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง

E (Evaluate) ตรวจสอบ

  • ความรู้
  • ทักษะ
  • ชิ้นงาน
  • การสะท้อนคิด

E คือ Empower Heritage ต่อยอด

  • จัดนิทรรศการ
  • เผยแพร่สื่อ
  • พัฒนานวัตกรรม
  • ถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไป

5.ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายและส่งผลต่อเด็ก ผู้เรียน หรือสถานศึกษาที่ดีขึ้นกว่าเดิมและตรงตามวัตถุประสงค์ 

การดำเนินงานตามรูปแบบ YOE Model ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงภายในชุมชน โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Research-Based Learning) จนบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 

ด้านความรู้ (K) ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ การสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน การศึกษาจากโบราณสถาน และเอกสารท้องถิ่นในการสืบค้นข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ด้านทักษะกระบวนการ (P) ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของวัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอในมิติด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของชุมชน รวมทั้งสามารถสังเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์อาสาในการนำชมแหล่งเรียนรู้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผู้เรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ มีจิตสาธารณะในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมบริการวิชาการและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับวัด ชุมชน และหน่วยงานภายนอก ส่งผลให้สถานศึกษาได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 

6.สรุปผลการพัฒนา

การดำเนินงานตาม YOE Model ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 86.00 ในปี พ.ศ. 2566 เป็น 91.00 ในปี พ.ศ. 2567 และเพิ่มเป็น 95.00 ในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความรู้ สามารถอธิบายประวัติศาสตร์หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ (2) ทักษะกระบวนการ สามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของชุมชนในบริบทปัจจุบัน และ (3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความรัก ความภาคภูมิใจ และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน.

7.วิธีการประเมินผล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย 

การจัดการเรียนรู้ตาม YOE Model ใช้การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ควบคู่กับการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) และการประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning) โดยประเมินอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการเรียนรู้ ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย

8.ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิด

ความสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ YOE Model  เกิดจากการบูรณาการทรัพยากรตามหลัก 4M ร่วมกับความร่วมมือของเครือข่ายทุกภาคส่วน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ชุมชน และสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

8.1 Man (บุคลากร)

ผู้เรียนมีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ และให้ความร่วมมือในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง สามารถเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและพัฒนาตนเองจนเป็นมัคคุเทศก์อาสาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนด้านนโยบาย ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน ครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer) และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) จัดกิจกรรม Active Learning และ Research-Based Learning ที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปราชญ์ชาวบ้าน พระสงฆ์ และผู้นำชุมชน ร่วมเป็นวิทยากร แหล่งเรียนรู้ และให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนตลอดกระบวนการเรียนรู้

8.2 Money (งบประมาณ)

โรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานศึกษา รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์จากวัด ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า

ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

8.3 Material (สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้)

โรงเรียนมีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ได้แก่

วัดปราสาทเยอเหนือ (วัดหลวงพ่อมุม)       โบราณสถานปราสาทเยอ

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ    แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาชนเผ่าเยอ

ปราชญ์ชาวบ้านและผู้รู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

เอกสารประวัติศาสตร์ หนังสือ และจดหมายเหตุท้องถิ่น

ภาพถ่ายเก่า แผนที่ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์

สื่อดิจิทัล เช่น QR Code, Google Maps, เว็บไซต์ และคลังข้อมูลออนไลน์

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โปรเจกเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง

ใบกิจกรรม แบบฝึก ใบงาน และสื่อการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามรูปแบบ YOE Model

8.4 Management (การบริหารจัดการ)

ผู้บริหารส่งเสริมการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) เปิดโอกาสให้ครู ชุมชน และภาคีเครือข่ายร่วมวางแผน ดำเนินงาน และประเมินผล

ดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA (Plan–Do–Check–Act) ตั้งแต่การวางแผน การจัดกิจกรรม การติดตามประเมินผล และการนำผลไปพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บูรณาการการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และโครงการมัคคุเทศก์อาสา ทำให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

8.5เครือข่ายความร่วมมือ (Network) การดำเนินงานประสบความสำเร็จจากความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ได้แก่

วัดปราสาทเยอเหนือ (วัดหลวงพ่อมุม)

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ

ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชน

ผู้ปกครองนักเรียน

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

องค์การบริหารส่วนตำบลปราสาทเยอ

หน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3

เครือข่ายสถานศึกษาในพื้นที่

สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จ

การดำเนินงานตาม YOE Model ประสบความสำเร็จจากการบูรณาการทรัพยากรตามหลัก 4M ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมทั้งยกระดับโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน และเป็นต้นแบบของการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง โรงเรียน วัด ชุมชน และสังคม

สถานศึกษาได้รับรางวัล 

ผลงานที่เกิดจากการต่อยอด Best Practice การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ YOE Model ได้รับการต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนผ่านการจัดทำโครงงานวิจัยและโครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยผู้เรียนได้นำองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมชนเผ่าเยอ และวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ตามรูปแบบ YOE Model มาศึกษา สืบค้น วิเคราะห์ และจัดทำผลงานวิชาการอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์ ดังนี้

ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดผลงาน โครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย โดยนำองค์ความรู้จากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่าน YOE Model มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาค้นคว้าและจัดทำโครงงาน

ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดผลงาน โครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยผู้เรียนสามารถใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูลภาคสนาม และการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน          จนพัฒนาเป็นผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอ

ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนการต่อยอดจาก Best Practice ทำให้ผู้เรียน

  1. มีทักษะการศึกษาค้นคว้าและวิจัยตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
  2. สามารถจัดทำโครงงานทางวิชาการและนำเสนอผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  4. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล
  5. สร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาและเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์ของชุมชนบ้านปราสาทเยอสู่สาธารณชน
  6. ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับไม่เกิน 3 ปีย้อนหลัง 

8.1 โรงเรียนบ้านวัดบ้านประอาง

8.2 โรงเรียนบ้านหนองพัง

8.3 โรงเรียนบ้านหนองอิไทย

8.4 โรงเรียนบ้านอาลัย 

8.5 โรงเรียนบ้านโพนปลัด

8.6 โรงเรียนบ้านคูสี่แจ

  1. ผลการนำแบบอย่างที่ดีไปใช้ประโยชน์

การจัดการเรียนรู้ตาม YOE สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน โดยเกิดผลลัพธ์ ดังนี้

9.1 ด้านผู้เรียน

- ผู้เรียนสามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอ ได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ

- ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การสื่อสาร และการนำเสนอจากการลงพื้นที่ศึกษาแหล่งเรียนรู้จริง

- ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ พร้อมทั้งมีจิตสาธารณะในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม

- ผู้เรียนสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็น มัคคุเทศก์น้อย ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คณะศึกษาดูงาน นักท่องเที่ยว และผู้มาเยี่ยมชมชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ผู้เรียนนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาผลงานทางวิชาการ โดยใน ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอได้ส่งนักเรียนเข้าร่วม การประกวดผลงานโครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ทั้งระดับประถมศึกษาตอนปลายและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการเรียนรู้ด้วย YOE Model ไปสู่การสร้างผลงานวิชาการ

9.2 ด้านครูและสถานศึกษา

- ครูสามารถนำ YOE Model ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Resaerch-Based Learning ในรายวิชาประวัติศาสตร์และรายวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง

- โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

- สถานศึกษาได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานภายนอกในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมชนเผ่าเยอ

- ผลงานและนวัตกรรมถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายสถานศึกษา

9.3 ด้านชุมชนและเครือข่าย

- ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในฐานะแหล่งเรียนรู้และผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

เกิดความร่วมมือระหว่าง โรงเรียน วัด ชุมชน ผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน และหน่วยงานภาครัฐ ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

  • ข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของบ้านปราสาทเยอได้รับการรวบรวม

และเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดนิทรรศการ การเป็นมัคคุเทศก์น้อย และการจัดทำโครงงานวิชาการ

  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ของชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ

9.4 ความยั่งยืนของการดำเนินงาน

โรงเรียนจะมีการบูรณาการ YOE Model ไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาผู้เรียนรุ่นใหม่ให้เป็นมัคคุเทศก์น้อยรุ่นต่อไป และต่อยอดสู่การจัดทำโครงงาน การวิจัยในชั้นเรียน และการประกวดผลงานทางวิชาการ ส่งผลให้เกิดการสืบสานองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของบ้านปราสาทเยอ

เข้าสู่ระบบเพื่อให้คะแนน

ดาวคะแนน · ความเห็น · เก็บไว้ในคลัง

รายละเอียด

  1. ชื่อผลงาน Best Practices : กราบหลวงพ่อมุม ท่องเที่ยวเชิงนวัตวิถี การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านรูปแบบ YOE Model 
  2. หลักการและเหตุผล  

ในปัจจุบันการจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษา กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีดิจิทัล โลกาภิวัตน์ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่หลากหลาย ส่งผลให้ผู้เรียนมีรูปแบบการเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในสถานศึกษายังคงเน้นการเรียนรู้จากตำราและการท่องจำข้อเท็จจริงเป็นหลัก ทำให้ผู้เรียนขาดโอกาสในการศึกษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์จากแหล่งเรียนรู้จริง ความใกล้ชิดกับประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่นลดลงมากกว่าการสร้างความเข้าใจผ่านการสืบค้น วิเคราะห์ และเชื่อมโยงกับบริบทของชุมชน ส่งผลให้ผู้เรียนขาดความตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของท้องถิ่นตนเอง 

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้การจัดการเรียนรู้ต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้สามารถสร้างองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง ใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการสืบค้น วิเคราะห์ และอธิบายเหตุการณ์อย่างมีเหตุผล ควบคู่กับการปลูกฝังความรัก ความภาคภูมิใจ และจิตสำนึกในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ของท้องถิ่น การจัดการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ในศตวรรษที่ 21 จึงมุ่งเน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ (Historical Method) เป็นเครื่องมือในการสืบค้น รวบรวม วิเคราะห์ และตรวจสอบข้อมูลจากหลักฐานที่หลากหลาย ทั้งเอกสาร โบราณสถาน โบราณวัตถุ บุคคล และภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์จริง สามารถคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล และนำความรู้ไปอธิบายความเปลี่ยนแปลงของสังคมได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ และส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในด้านการคิด การสื่อสาร และการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ ตำบลปราสาทเยอ อำเภอไพรบึง จังหวัดศรีสะเกษ เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนาน มีอัตลักษณ์โดดเด่นของชนเผ่าเยอ และมีวัดปราสาทเยอเหนือ เป็นศูนย์กลางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชน โดยมีหลวงพ่อมุมเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงคุณูปการต่อการพัฒนาวัดและชุมชน ได้รับความเคารพศรัทธาจากประชาชนทั้งในพื้นที่และต่างจังหวัด อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านมา พบว่าผู้เรียนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และพัฒนาการของบ้านปราสาทเยอ อีกทั้งยังไม่สามารถอธิบายเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์โดยใช้หลักฐานหรือวิธีการทางประวัติศาสตร์ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงยังขาดการเชื่อมโยงความรู้ในอดีตกับการเปลี่ยนแปลงของชุมชนในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้เรียนมีความตระหนักและความภาคภูมิใจในท้องถิ่นลดลง และอาจนำไปสู่การสูญหายขององค์ความรู้และวัฒนธรรมท้องถิ่นในอนาคต

ดังนั้น ครูผู้สอนในรายวิชาประวัติศาสตร์จึงจัดการเรียนรู้ที่มุ่งศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านการใช้แหล่งเรียนรู้จริง การสืบค้นหลักฐาน การสัมภาษณ์บุคคลในชุมชน และการใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ จึงเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างมีความหมาย สามารถสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง และพัฒนาสมรรถนะด้านการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล และการสื่อสารทางประวัติศาสตร์ พร้อมทั้งส่งเสริมความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ของชุมชนและความรับผิดชอบต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม

3.1 วัตถุประสงค์ 

3.1 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติศาสตร์ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบันด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ได้ (K)

3.2 เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของวัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอในบริบทสังคมปัจจุบันได้ (P)

3.3 เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าและความสำคัญของการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ (A)

4.กระบวนการหรือขั้นตอนการดำเนินงานที่สามารถให้ผู้อื่นปฏิบัติได้ กระบวนการหรือขั้นตอนในการดำเนินงาน (PDCA+A)   

"YOE Model : Learning Local Wisdom through Historical Inquiry"

เรียนรู้ประวัติศาสตร์ สืบสานภูมิปัญญา พัฒนาชุมชนสู่ความยั่งยืน

แนวคิด "เรียนจากพื้นที่จริง คิดจากหลักฐานจริง ภาคภูมิใจในรากเหง้า สืบสานวัฒนธรรมชนเผ่าเยอ"

Y คือ Your Roots

  • ศึกษาหลักสูตร
  • กำหนดผลการเรียนรู้
  • กิจกรรม
  • แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น

O คือ Observe & Organize ดำเนินกิจกรรม

  • ศึกษาเอกสาร
  • ลงพื้นที่
  • สัมภาษณ์
  • วิเคราะห์หลักฐาน
  • สร้าง Timeline
  • วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลง

E (Evaluate) ตรวจสอบ

  • ความรู้
  • ทักษะ
  • ชิ้นงาน
  • การสะท้อนคิด

E คือ Empower Heritage ต่อยอด

  • จัดนิทรรศการ
  • เผยแพร่สื่อ
  • พัฒนานวัตกรรม
  • ถ่ายทอดสู่รุ่นต่อไป

5.ผลการดำเนินงานบรรลุเป้าหมายและส่งผลต่อเด็ก ผู้เรียน หรือสถานศึกษาที่ดีขึ้นกว่าเดิมและตรงตามวัตถุประสงค์ 

การดำเนินงานตามรูปแบบ YOE Model ส่งผลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้จริงภายในชุมชน โดยใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ร่วมกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Research-Based Learning) จนบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการเรียนรู้ทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 

ด้านความรู้ (K) ผู้เรียนสามารถอธิบายประวัติความเป็นมาของ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอ ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน โดยใช้หลักฐานทางประวัติศาสตร์ การสัมภาษณ์ปราชญ์ชาวบ้าน การศึกษาจากโบราณสถาน และเอกสารท้องถิ่นในการสืบค้นข้อมูลอย่างเป็นระบบ

ด้านทักษะกระบวนการ (P) ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของวัดปราสาทเยอเหนือและบ้านปราสาทเยอในมิติด้านสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวของชุมชน รวมทั้งสามารถสังเคราะห์ข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้ และปฏิบัติหน้าที่มัคคุเทศก์อาสาในการนำชมแหล่งเรียนรู้แก่ผู้มาเยือนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม

ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) ผู้เรียนเกิดความรัก ความภาคภูมิใจ และเห็นคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ มีจิตสาธารณะในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน ตลอดจนมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมบริการวิชาการและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมร่วมกับวัด ชุมชน และหน่วยงานภายนอก ส่งผลให้สถานศึกษาได้รับการยอมรับในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม 

6.สรุปผลการพัฒนา

การดำเนินงานตาม YOE Model ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากร้อยละ 86.00 ในปี พ.ศ. 2566 เป็น 91.00 ในปี พ.ศ. 2567 และเพิ่มเป็น 95.00 ในปี พ.ศ. 2568 สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ (1) ความรู้ สามารถอธิบายประวัติศาสตร์หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอด้วยวิธีการทางประวัติศาสตร์ (2) ทักษะกระบวนการ สามารถวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของชุมชนในบริบทปัจจุบัน และ (3) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีความรัก ความภาคภูมิใจ และร่วมอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างความเข้มแข็งของสถานศึกษาร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน.

7.วิธีการประเมินผล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ผู้เรียนที่มีประสิทธิภาพ ด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย 

การจัดการเรียนรู้ตาม YOE Model ใช้การวัดและประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ควบคู่กับการประเมินเพื่อพัฒนา (Assessment for Learning) และการประเมินผลการเรียนรู้ (Assessment of Learning) โดยประเมินอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการเรียนรู้ ครอบคลุมทั้งด้านความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ผ่านเครื่องมือที่หลากหลาย

8.ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิดความสำเร็จ ปัจจัยหรือสิ่งสนับสนุนให้เกิด

ความสำเร็จของการดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ YOE Model  เกิดจากการบูรณาการทรัพยากรตามหลัก 4M ร่วมกับความร่วมมือของเครือข่ายทุกภาคส่วน ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ชุมชน และสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้

8.1 Man (บุคลากร)

ผู้เรียนมีความมุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้ และให้ความร่วมมือในการศึกษาประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่านการลงมือปฏิบัติจริง สามารถเรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ในชุมชนและพัฒนาตนเองจนเป็นมัคคุเทศก์อาสาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารสถานศึกษาให้การสนับสนุนด้านนโยบาย ส่งเสริมการใช้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับชุมชน ครูผู้สอนทำหน้าที่เป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ (Learning Designer) และผู้อำนวยความสะดวก (Facilitator) จัดกิจกรรม Active Learning และ Research-Based Learning ที่สอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ปราชญ์ชาวบ้าน พระสงฆ์ และผู้นำชุมชน ร่วมเป็นวิทยากร แหล่งเรียนรู้ และให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียนตลอดกระบวนการเรียนรู้

8.2 Money (งบประมาณ)

โรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสถานศึกษา รวมทั้งได้รับความอนุเคราะห์จากวัด ชุมชน และภาคีเครือข่ายในการจัดกิจกรรมโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นอย่างคุ้มค่า

ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นฐานการเรียนรู้ ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจกรรม และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง

8.3 Material (สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้)

โรงเรียนมีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ และแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายและเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้ ได้แก่

วัดปราสาทเยอเหนือ (วัดหลวงพ่อมุม)       โบราณสถานปราสาทเยอ

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ    แหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาชนเผ่าเยอ

ปราชญ์ชาวบ้านและผู้รู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

เอกสารประวัติศาสตร์ หนังสือ และจดหมายเหตุท้องถิ่น

ภาพถ่ายเก่า แผนที่ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์

สื่อดิจิทัล เช่น QR Code, Google Maps, เว็บไซต์ และคลังข้อมูลออนไลน์

คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โปรเจกเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง

ใบกิจกรรม แบบฝึก ใบงาน และสื่อการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นตามรูปแบบ YOE Model

8.4 Management (การบริหารจัดการ)

ผู้บริหารส่งเสริมการบริหารแบบมีส่วนร่วม (Participative Management) เปิดโอกาสให้ครู ชุมชน และภาคีเครือข่ายร่วมวางแผน ดำเนินงาน และประเมินผล

ดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA (Plan–Do–Check–Act) ตั้งแต่การวางแผน การจัดกิจกรรม การติดตามประเมินผล และการนำผลไปพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

บูรณาการการเรียนรู้กับหลักสูตรสถานศึกษา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และโครงการมัคคุเทศก์อาสา ทำให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน

8.5เครือข่ายความร่วมมือ (Network) การดำเนินงานประสบความสำเร็จจากความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ได้แก่

วัดปราสาทเยอเหนือ (วัดหลวงพ่อมุม)

ชุมชนบ้านปราสาทเยอ

ปราชญ์ชาวบ้านและผู้นำชุมชน

ผู้ปกครองนักเรียน

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

องค์การบริหารส่วนตำบลปราสาทเยอ

หน่วยงานด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว

มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 3

เครือข่ายสถานศึกษาในพื้นที่

สรุปปัจจัยแห่งความสำเร็จ

การดำเนินงานตาม YOE Model ประสบความสำเร็จจากการบูรณาการทรัพยากรตามหลัก 4M ร่วมกับเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็ง ทำให้ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พร้อมทั้งยกระดับโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นของชุมชน และเป็นต้นแบบของการจัดการเรียนรู้ที่เชื่อมโยง โรงเรียน วัด ชุมชน และสังคม

สถานศึกษาได้รับรางวัล 

ผลงานที่เกิดจากการต่อยอด Best Practice การดำเนินงานตามแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ YOE Model ได้รับการต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพผู้เรียนผ่านการจัดทำโครงงานวิจัยและโครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยผู้เรียนได้นำองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่น วัฒนธรรมชนเผ่าเยอ และวิธีการทางประวัติศาสตร์ที่ได้รับจากการเรียนรู้ตามรูปแบบ YOE Model มาศึกษา สืบค้น วิเคราะห์ และจัดทำผลงานวิชาการอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้เกิดผลงานเชิงประจักษ์ ดังนี้

ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดผลงาน โครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ระดับประถมศึกษาตอนปลาย โดยนำองค์ความรู้จากการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผ่าน YOE Model มาประยุกต์ใช้ในการศึกษาค้นคว้าและจัดทำโครงงาน

ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอส่งนักเรียนเข้าร่วมการประกวดผลงาน โครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยผู้เรียนสามารถใช้กระบวนการทางประวัติศาสตร์ การสืบค้นข้อมูลภาคสนาม และการวิเคราะห์ข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน          จนพัฒนาเป็นผลงานที่สะท้อนอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอ

ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียนการต่อยอดจาก Best Practice ทำให้ผู้เรียน

  1. มีทักษะการศึกษาค้นคว้าและวิจัยตามวิธีการทางประวัติศาสตร์
  2. สามารถจัดทำโครงงานทางวิชาการและนำเสนอผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  4. พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นข้อมูล
  5. สร้างชื่อเสียงให้กับสถานศึกษาและเป็นการเผยแพร่อัตลักษณ์ของชุมชนบ้านปราสาทเยอสู่สาธารณชน
  6. ชื่อบุคคลหรือหน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับไม่เกิน 3 ปีย้อนหลัง 

8.1 โรงเรียนบ้านวัดบ้านประอาง

8.2 โรงเรียนบ้านหนองพัง

8.3 โรงเรียนบ้านหนองอิไทย

8.4 โรงเรียนบ้านอาลัย 

8.5 โรงเรียนบ้านโพนปลัด

8.6 โรงเรียนบ้านคูสี่แจ

  1. ผลการนำแบบอย่างที่ดีไปใช้ประโยชน์

การจัดการเรียนรู้ตาม YOE สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในระดับผู้เรียน สถานศึกษา และชุมชน โดยเกิดผลลัพธ์ ดังนี้

9.1 ด้านผู้เรียน

- ผู้เรียนสามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์ในการศึกษาประวัติ หลวงพ่อมุม วัดปราสาทเยอเหนือ และบ้านปราสาทเยอ ได้อย่างถูกต้องและเป็นระบบ

- ผู้เรียนมีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การสื่อสาร และการนำเสนอจากการลงพื้นที่ศึกษาแหล่งเรียนรู้จริง

- ผู้เรียนเกิดความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านปราสาทเยอและชนเผ่าเยอ พร้อมทั้งมีจิตสาธารณะในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางวัฒนธรรม

- ผู้เรียนสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็น มัคคุเทศก์น้อย ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คณะศึกษาดูงาน นักท่องเที่ยว และผู้มาเยี่ยมชมชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

- ผู้เรียนนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปพัฒนาผลงานทางวิชาการ โดยใน ปีการศึกษา 2567 โรงเรียนบ้านปราสาทเยอได้ส่งนักเรียนเข้าร่วม การประกวดผลงานโครงงานสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ทั้งระดับประถมศึกษาตอนปลายและระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ซึ่งเป็นการต่อยอดองค์ความรู้จากการเรียนรู้ด้วย YOE Model ไปสู่การสร้างผลงานวิชาการ

9.2 ด้านครูและสถานศึกษา

- ครูสามารถนำ YOE Model ไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning และ Resaerch-Based Learning ในรายวิชาประวัติศาสตร์และรายวิชาอื่นที่เกี่ยวข้อง

- โรงเรียนมีนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมชน และสามารถใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

- สถานศึกษาได้รับการยอมรับจากชุมชนและหน่วยงานภายนอกในฐานะแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและวัฒนธรรมชนเผ่าเยอ

- ผลงานและนวัตกรรมถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งของการนำเสนอผลงานทางวิชาการ การศึกษาดูงาน และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่ายสถานศึกษา

9.3 ด้านชุมชนและเครือข่าย

- ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาในฐานะแหล่งเรียนรู้และผู้ถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น

เกิดความร่วมมือระหว่าง โรงเรียน วัด ชุมชน ผู้ปกครอง ปราชญ์ชาวบ้าน และหน่วยงานภาครัฐ ในการอนุรักษ์และเผยแพร่ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น

  • ข้อมูลประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และภูมิปัญญาของบ้านปราสาทเยอได้รับการรวบรวม

และเผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดนิทรรศการ การเป็นมัคคุเทศก์น้อย และการจัดทำโครงงานวิชาการ

  • ส่งเสริมภาพลักษณ์ของชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ

9.4 ความยั่งยืนของการดำเนินงาน

โรงเรียนจะมีการบูรณาการ YOE Model ไว้ในหลักสูตรสถานศึกษา แผนการจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งพัฒนาผู้เรียนรุ่นใหม่ให้เป็นมัคคุเทศก์น้อยรุ่นต่อไป และต่อยอดสู่การจัดทำโครงงาน การวิจัยในชั้นเรียน และการประกวดผลงานทางวิชาการ ส่งผลให้เกิดการสืบสานองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและการอนุรักษ์วัฒนธรรมของบ้านปราสาทเยอ

แผนที่และตำแหน่ง

พิกัด: 14.83177156, 104.36142400
Google Maps Street View

แกลเลอรีรูปภาพ 2 รูป

แตะที่รูปเพื่อดูขนาดใหญ่

ไฟล์แนบสำหรับดาวน์โหลด 1 ไฟล์

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง 1 ลิงก์

ความคิดเห็น 0 ข้อความ

เข้าสู่ระบบเพื่อร่วมแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ

ยังไม่มีความคิดเห็น เป็นคนแรกที่แบ่งปัน!

เก็บ ให้คะแนน